The 1st Dream in JP Day 1-2

posted on 03 Jan 2015 16:14 by kaorukomi
I'm come back to Exteen again in many years
 
งานนี้ก็ขอ up เพราะเป็นครั้งแรกที่ไปญี่ปุ่น ประเทศในฝันตั้งแต่เด็ก
ที่อยากไปมากที่สุด และงานนี้อิฉัน alone kha ใครได้ยินก็แบบว่า
"เก่งอ่ะ ไปคนเดียวด้วย" ก็แหม ไม่มีใครชอบเหมือนอิฉันนี่คะ 
ก้ต้องไปคนเดียวสิ แต่ก็มีหลายๆ คนไปคนเดียวนะ แปลกยังไงอ่ะ
 
Trip นี้นะคะ 8 Days 6 Nights Bangkok-Tokyo-Fujisan-Tokyo-Bangkok ค่ะ
Budget 65000 Baht ราคากลางๆ ค่ะ
 
ก่อนอื่นขอขอบคุณ The last company ที่ทำให้มีโอกาสได้ไปต่างประเทศ
และหลายๆ สิ่ง
 
ok kha 
 
let's go na kha 
 
Day 1 From Bangkok to Japan
 
เริ่มต้นด้วยที่สนามบินสุวรรณภูมิ ready to travel
 
 
อิฉันก็รอ check-in ไป 6 โมงเย็น กว่าจะได้บินก็ 4 ทุ่มกว่า รอจนเบื่อไปข้างนึงเลยอ่ะ
แบบว่าไม่เคย ไปต่างประเทศมาก่อน เลยไม่รู้ต้องทำอะไรอย่างไรบ้าง 
แต่ก็ดำน้ำตามชาวบ้านไปนะคะ Kiss
 
 
 
จากนั้นนั่งไปซักพักใกล้ถึงจุดหมาย ทางแอร์คนสวยก็ serve อาหารบนเครื่องค่ะ
เมนูนี้อิฉันชอบมาก อร่อยไอ้ตรงโยเกิร์ตนี้ล่ะ แหะๆๆ ชอบ Wink
 
  
 
เมื่อมาถึงสนามบินนาริตะ ก็ผ่าน ตม. ปกตินะคะ ไม่มีการขอค้นสัมภาระอะไรใดๆ ทั้งสิ้น
ก่อนจะไป ได้มีโอกาสได้คุยกับพี่ที่ทำงานบอกว่า ไปคนเดียวระวัง ตม.จะขอค้นสัมภาระ
"ก็ไม่ค้นนะคะ" จริงๆ นะคะ ถามนิดหน่อยว่า
ตม. "มาทำอะไร"
เรา "มาท่องเที่ยวค่ะ"
ตม. "มีเพื่อนหรือชื่อผู้ติดต่อะไรมั้ย"
เรา "มีค่ะ (เขียนชื่อคนรู้จักไป)"
แถมไม่ขอดูเอกสารอะไรด้วย แต่เราก็แนบไปบางส่วน พวก E-ticket อะไรงี้ล่ะค่ะ 
และโชคดีมากค่ะ ที่พี่แถวบ้านจะไปญี่ปุ่น แล้วแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนพี่เขา 
เราก็เลยขออนุญาตยืมชื่อเพื่อนพี่คนนี้กรอกในเอกสารเข้าเมืองแทนค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
 
เมื่อตอบคำถาม ตม. เสร็จแล้ว ก็เตรียมเข้าเมืองเพื่อนำกระเป๋าไปฝากไว้ที่โรงแรม
หลายๆ คนใช้บริการรถไฟ แต่เราก็เลือก Airport Limousine bus แทนค่ะ ถึงจุดหมายเหมือนกัน
เราซื้อแบบ roundtrip ซึ่งมีจำหน่ายที่ H.I.S Tour Asoke Office ค่ะ ราคา 1500 Baht 
 
  
 
ออกจากสนามบินอากาศหนาวมากค่ะ ควันออกปากเลยทีเดียว moment นี้ชอบมาก
ให้ความรุ้สึกอยุ่เมืองหนาวจริง
 
แล้วก็นั่งรถบัสมาลงสุดสายที่ Ikebukuro เพราะจองโรงแรมย่านนี้เอาไว้ค่ะ 
เมือ่ถึงโรงแรมก็ฝากกระเป๋าแล้วเตรียมเที่ยวค่ะ
 
  
 
ที่แรกก็ไป Imperial Palace ไปดูสะพานตรงที่นักท่องเที่ยวไปกันค่ะ
 
  
 
เราทำการบ้านมา เลยไม่ค่อยหลงเท่าไร (ต้องขอบคุณ Google street view จริงๆ ที่ทำให้รู้เส้นทาง)
เมื่อชมความงามของสะพานและพระราชวังแล้วก็จะไปที่ต่อไปก็คือ Ueno Kouen 
หรือสวน Ueno การเดินทางก็รถไฟค่ะ เดินไปที่สถานี Tokyo 
 
ซึ่งตอนที่ไปนั้นกำลังปรับปรุงสถานีอยู่ค่ะ สถานี Tokyo อายุครบ 100 ปีแล้วนะคะ ยาวนานมาก
 
  
  
 
ไปซื้อ Suica Card เพื่อใช้สำหรับเดินทางในแต่ละวันน่ะค่ะ 
จากนั้นนั่ง Yamanote Line ไปลง Ueno station
 
 
ก่อนจะมาญี่ปุ่น แบบว่าได้อ่าน News Attack on Titan ว่ามีจัด Event ที่ Ueno Kouen
ตอนแรกหาไม่เจอค่ะ เดินดูแผนทีกับข้อมูลของงานเรื่อยๆ ก็รู้ว่าอยู่ตรงไหน 
มีป้ายบอกด้วย เห็นแล้วอยากเข้าไปมาก
 
 
 
เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ ก้เจอทางเข้างาน 
 
 
 
เอ่อ........นี่วันธรรมดานะคะ ทำไมคนเยอะงี้อ่ะ !!!!! (ไม่ใช่ไม่อยากต่อแถวนะคะ)
อยากเข้าไปดูมากๆ (ในภายหลังมาเจอมีคนมา Review งานนี้พอดี ใน pantip 
ทำให้รู้ว่ามีอะไรบ้าง)
เลยได้แต่ถ่ายรูป Display ตรงงาน กาซิกๆ Tongue out
 
 
 
จากนั้นผ่าน Event งานเสร็จก็เดินดูของปกติค่ะ เดินไปตรง Ameyoko แต่ไม่ได้ของนะคะ 
ตรง ตึก Yodobayashi Ueno ข้างหน้ามี Gashapon เพียบ อยากกดอยู่ แต่ไว้ก่อน
จำเป็นต้องรีบไปที่อื่นต่อ 
 
 
 
จาก Ueno ก้ไปวัด Sensou-Ji Asakusa ค่ะ นั่ง Subway ไป 
 
 
 
ทำการบ้านมาอย่างดี ไม่หลงค่ะ 
แล้วก็ตามฝูงชนไป เดี๋ยวก็เจอ
 
  
 
ถึงแล้วววว Kaminarimon-Dori ประตูทางเข้าวัด Sensou-Ji
 
  
 
ก็แชะภาพตามประสานักท่องเที่ยวทั่วไป
 
  
 
หลังจากได้แชะภาพทั่ววัดเรียบร้อยก็หาอะไรกินหน่อยดีก่า
ก่อนมาญี่ปุ่นก็ดู clip Tokyo trip ของรายการ "มาจิเดะ เจแปน" ช่อง One HD
พี่อุ้มมาที่วัดนี้แล้วแนะนำร้าน Melon ปังแสนอร่อย เห็นแล้วอยากกินมั่งง่ะ จัดซะเลย
ร้านนี้อยู่ข้างๆ วัดค่ะ ออกจาก ทางเข้าตัววัด ฝั่งซ้ายมือ (โดยหันหน้าไปทางที่เข้ามานะคะ จะมีคนต่อแถวรอ) 
อิฉันก็จัดไปค่ะ Cool 1 ชิ้น 
 
  
  
 
อ่านชื่อร้านไม่ออกอ่ะ (อ่านคันจิไม่ออก) ดูจากถุงใส่ Melon pan คิดว่าชื่อร้าน "Kagetsudo"
กินเข้าไปแล้วแบบว่ามันแข็งนอกนุ่มใน โดนจิตอิฉันมากๆๆๆๆ Wink อยากกินอีกซักชิ้นจัง 
 
เมื่อกินเสร็จให้เรียบร้อย ก็เดินหาของฝากที่ระลึก ทั้งเครื่องราง ขนม ค่ะ
ไปเจอร้านนึง ขายขนมเซมเบ้ แต่ขายขนมอย่างอื่นด้วยนะคะ (อะไรซักอย่างที่สอดไส้ช็อคโกแลต)
ก็จัดไป 2 กล่องค่ะ ขออภัยไม่ได้ถ่ายภาพร้านมา แต่เห็นมีคนเยอะๆ เลยเข้าไปดู
 
ร้านขายของหน้าวัดเยอะมากค่ะ เดินไม่หมดเลย เลือกไม่ถูกจริงๆ 
 
  
 
จากนั้นก้เดินไปเรื่อยๆ เพื่อไปดูตึกอาซาฮี และ Tokyo Skytree ตรงแม้น้ำ Sumida 
 
  
 
แล้วก็นั่งรถไฟสาย Tobu Skytree เพื่อไปยัง Tokyo Skytree 
นั่งรถไฟสายนี้ อิฉันเอ๋อ ด้วยการลงผิดสถานี เวรกรรม แต่ก้ขึ้นสายอื่นที่ไป Tokyo Skytree ค่ะ
แล้วก็เดินดูของไปเรื่อยๆ เจอร้าน Tokyo Banana เพราะตั้งใจว่าจะซื้อ Tokyo Banana Tree
ก็ได้มาสมใจ 4 ชิ้น (ง่าไม่มีรูปถ่ายไว้เลย เสียดายยย Tongue out) เพราะมันหมดอายุก่อนจะกลับไทย
แล้วก็ได้ Tokyo Banana Syally Mate มา 1 กล่องเป็นของฝาก
 
ตอนแรกตั้งใจว่าจะขึ้นไปดูวิว แต่อีกางเกงที่ใส่มายางขาดซะงั้น Yell ชั้นอดขึ้นเลย 
เลยต้องรีบกลับ Ikebukuro และแวะ GU ซื้อกางเกงตัวใหม่ เซ็งงงงงงงง Frown
 
จากนั้นก็ Check-in และ relax ค่ะ เพราะเหนื่อยมาก เดินทั้งวันเป็นกิโลเลย
 
 
 
อ้อ จะบอกว่า โรงแรมที่พักคือ Hotel Grand City Ikebukuro ค่ะ สมใจอยากมาก
เพราะใกล้แหล่ง shopping for Fujoshi นะคะ 
 
สรุปค่าใช้จ่ายสำหรับ Day 2 นะคะ
 
11329 yen เงินไทยประมาณ 28xx.xx baht (rate 0.28)
 
ไม่เกี่ยวนะคะ 
ค่าตั๋วเครื่องบิน roundtrip promotion fare 20170 Baht
 
ขอจบ Daya 1-2 ไว้เพียงเท่านี้ค่ะ ยังเสียดายเลย รูปน้อยไป โอกาสหน้าจะถ่ายมันเยอะๆ เลย Surprised
 
 
 

edit @ 3 Jan 2015 20:42:14 by *-kaorukomi-*

edit @ 3 Jan 2015 20:59:41 by *-kaorukomi-*

edit @ 3 Jan 2015 21:00:25 by *-kaorukomi-*